อ นุ ส ร ณ์ ส ถ า น แ ห่ ง ช า ติ

Link >> Home : กรมยุทธศึกษาทหาร : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ : โรงเรียนเตรียมทหาร : โรงเรียนช่างฝีมือทหาร

ขณะนี้ท่านอยู่ที่หน้า : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ / อาคารประกอบพิธี / ภาพจำหลักนูนต่ำการสร้างเมือง

 

 
ภาพจำหลักนูนต่ำการสร้างเมือง

 

การจำหลักนูนต่ำนี้ จำหลักลงบนไม้สักทอง ขนาด ๒.๕๐ X ๓.๕๐ เมตร หนา ๒๐ เซนติเมตร จำนวน ๔ แผ่น ๔ สมัย จัดแสดงบนกึ่งกลางผนังด้านบนเหนือระเบียงทำความสะอาด ทั้ง ๔ ด้านของอาคารประกอบพิธี

สาเหตุที่เลือกจารึกภาพเพียง ๔ สมัย เนื่องจากเป็นสมัยที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน โดยที่ภาพจำหลักนูนต่ำทั้ง ๔ภาพนี้ จะแสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่มีลักษณะเด่นในแต่ละยุคสมัย รวมทั้งได้เห็นภาพการสร้างเมือง ชีวิตความเป็นอยู่ของไพร่ฟ้าประชาชน ความเจริญด้านศาสนา การกอบกู้เอกราช การอพยพ ย้ายเมือง ตามสมัยนั้น ๆ ได้แก่

สมัยสุโขทัย / สมัยกรุงศรีอยุธยา / สมัยกรุงธนบุรี / สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

 

สมัยสุโขทัย

ด้านบนเป็นภาพพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ที่วัดพระมหาธาตุกรุงสุโขทัย

ด้านซ้ายเป็นภาพการปั้นและตกแต่งพระพุทธรูปปางลีลาอันเป็นสัญลักษณ์ของสุโขทัย

ตรงกลางเป็นภาพชาย หญิงชาวสุโขทัยถือพุ่มดอกไม้และ อาหารคาวหวานไปทำบุญทางด้านขวาเป็นภาพช้าง ม้า วัว ภาพคนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ดังปรากฏหลักฐานตามศิลาจารึกหลักที่ ๑ ของพ่อขุนรามคำแหง ความว่า “เมืองสุ โขทัย นี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมือง บ่เอาจกอบ ในไพร่ลู่ทาง เพื่อจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครใคร่ค้าช้างค้า ใครใคร่ค้าม้าค้า...ผู้ชายผู้หญิง ฝูงทวยมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน... กลางเมืองสุโขทัยนี้มีีวิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระพุทธรูปอันใหญ่มี พระพุทธรูป อันงาม”


สมัยกรุงศรีอยุธยา

เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อสร้างกรุงศรีอยุธยา ในปีพุทธศักราช ๑๘๑๙

ภาพซ้าย เป็นการอพยพพลเมือง จากเมืองเวียงเหล็กเข้าสู่กรุงศรีอยุธยา ภายหลังพระเจ้าอู่ทองโปรดให้สร้างวัดพุทไธสวรรค์ที่เมืองเวียงเหล็กเพื่อเป็นอนุสรณ์

ต่อมา เป็นภาพพระพุทธรูปพระเจ้าพนัญเชิง ที่สร้างเมื่อปี พุทธศักราช ๑๘๖๗ ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา ๒๖ ปี

ด้านหน้าเป็นภาพพราหมณ์ปุโรหิตนำสังข์ทักษิณาวรรษ ซึ่งขุดได้ที่ใต้ต้นหมันในระหว่างกระทำพิธีขุดรากก่อสร้างพระราชวังกรุงศรีอยุธยา ขึ้นถวายพระเจ้าอู่ทอง พระองค์์จึงถือเป็นศุภนิมิตมงคล ให้ขนานนามราชธานีว่า “กรุงศรีอยุธยา” อันเป็นชื่อเมือง ที่พระนารายณ์อวตารลงมาเป็นพระรามในปางรามาวตาร เพื่อปราบอสูรทศกัณฐ์ และโปรดให้ใช้ พระนามของพระองค์ว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่๑

ปัจจุบันทางราชการได้ใช้รูปสังข์ทักษิณาวรรษอยู่ภายในปราสาท เป็นสัญลักษณ์ของ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


สมัยกรุงธนบุรี

ในภาพแสดงถึง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ยกกองทัพเรือจากเมืองจันทบุรี เข้าตีป้อมวิชัยประสิทธิ์ และเมืองธนบุรี เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๑๐ หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าแล้วประมาณ ๘ เดือน

เมื่อยึดเมืองธนบุรีได้ โปรดให้ประหารชีวิต นายทองอิน คนไทยที่แม่ทัพพม่ามอบหมายให้รักษาเมือง แล้วเสด็จยกกองทัพเข้าตีค่ายพม่าที่โพธิ์สามต้น กรุงศรีอยุธยา สุกี้ นายกอง แม่ทัพพม่าตายในที่รบ หลังจากนั้นได้ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๑๑


สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบดาภิเศกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ แล้วโปรดให้ย้ายพระราชวังจากพระราชวังเดิมกรุงธนบุรี ข้ามไปอยู่ทางฟากตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

ภาพหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และหมู่พระมหามณเฑียร ซึ่งสร้างเสร็จเรียบร้อย เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๒๘

ด้านบนขวาเป็นภาพวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นที่สังคายนาพระไตรปิฎก

ด้านหน้าเป็นภาพขบวนแห่พระพุทธรูป พระศรีศากยมุนี ซึ่งอัญเชิญลงมาจากเมืองสุโขทัยนำไปประดิษฐาน ณ วัดสุทัศนเทพวราราม มีภาพ เสาชิงช้าเป็นสัญลักษณ์

 
อนุสรณ์สถานแห่งชาติ กองประวติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ  กองบัญชาการกองทัพไทย
๙ หมู่ ๑๖ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ๑๒๑๓๐.