อ นุ ส ร ณ์ ส ถ า น แ ห่ ง ช า ติ

Link >> Home : กรมยุทธศึกษาทหาร : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ : โรงเรียนเตรียมทหาร : โรงเรียนช่างฝีมือทหาร


ขณะนี้ท่านอยู่ที่หน้า : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ / อาคารภาพปริทัศน์ / เสียเอกราชและกู้เอกราช ครั้งที่๑
 


 
การเสียเอกราชและการกู้เอกราชครั้งที่ ๑
 

 

การเสียเอกราชและการกู้เอกราชครั้งที่ ๑

อยุธยาเป็นเมืองที่มีความสงบสุขรุ่งเรืองอยู่ช้านาน จนกระทั่งในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิ (พุทธศักราช ๒๐๙๑ - ๒๑๑๑)

กิตติศัพท์สรรเสริญพระเจ้าจักรพรรดิว่ามีบุญญาธิการมากได้ช้างเผือกถึง ๗ เชือก พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองเกิดความริษยาทูลขอช้างเผือกไม่ได้รับตอบสนอง

ปีพุทธศักราช ๒๑๐๖ จึงยาตราทัพมาประชิดพระนคร ราชทัพทั้งสองฝ่ายรบพุ่งกันเป็นสามารถอยู่นาน วัน ในที่สุดน้ำน้อยต้องแพ้ไฟ พระเจ้าหงสาวดีทูลขอช้างเผือก ๔ เชือก เป็นบำเหน็จสงคราม

เมื่อได้คืบจะเอาศอก พระเจ้าหงสาวดีคอยจ้องจะย่ำยีกรุงศรีอยุธยาอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งในแผ่นดิน พระมหินทราธิราช ในปีพุทธศักราช ๒๑๑๒ อยุธยาตกอยู่ในอำนาจของหงสาวดีโดยสิ้นเชิง บ้านเมืองอยู่ในภาวะ เสื่อมโทรม ผู้คนเสียขวัญหมดกำลังใจ

อยุธยาอยู่ในอำนาจหงสาวดีนานปี ณ เดือน ๖ ปีวอก พุทธศักราช ๒๑๒๗ ท่ามกลางมหาสมาคมเมือง แครง สมเด็จพระนเรศวรทรงหลั่งพระเต้าทักษิโณทก ประกาศอิสระภาพมิขึ้นตรงต่อหงสาวดีต่อไป ณ วันจันทร์ เดือนยี่ ปีมะโรง พุทธศักราช ๒๑๓๕

สมเด็จพระนเรศวรทรงกระทำยุทธหัตถี มีชัยชนะพระ มหาอุปราชาอย่างน่ามหัศจรรย์ ทรงขับอริราชศัตรูพ้นจากราชอาณาเขต สมดังพระสุบินที่ทรงนิมิตรว่า “ทรงพระ ดำเนินฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวกราก สามารถประหารกุมภีล์ใหญ่ได้” ด้วยเดชแห่งพระบารมี

เสร็จศึกครั้งนั้นแล้ว พระกฤดาภินิหาร แผ่ไปในทศทิศ มิได้มีศึกใดมาแผ้วพานอีกนาน พระราชอาณาเขตของอยุธยาแผ่ขยายออกไป ในทศทิศกว้างไกล ดังปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์

 

 
อนุสรณ์สถานแห่งชาติ กองประวติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ  กองบัญชาการกองทัพไทย
๙ หมู่ ๑๖ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ๑๒๑๓๐.