อ นุ ส ร ณ์ ส ถ า น แ ห่ ง ช า ติ

Link >> Home : กรมยุทธศึกษาทหาร : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ : โรงเรียนเตรียมทหาร : โรงเรียนช่างฝีมือทหาร


ขณะนี้ท่านอยู่ที่หน้า : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ / อาคารภาพปริทัศน์ / การเสียกรุงครั้งที่ ๒
 


 
การเสียกรุงครั้งที่ ๒
 

 

การเสียกรุงครั้งที่ ๒

พระนครศรีอยุธยา ดำรงยศเป็นราชธานีอยู่นานถึง ๔๐๐ กว่าปี ก็ถึงคราวจะต้องล่มสลาย

ในรัชกาลของ กรมขุนอนุรักษ์มนตรี (ขุนหลวงขี้เรื้อน หรือพระเจ้าเอกทัศน์ พุทธศักราช ๒๓๐๑ -๒๓๑๐) ต้นปีระกา พุทธศักราช ๒๓๐๘ เป็นต้นมา พระเจ้ามังระกษัตริย์พม่าทรงทราบว่าอยุธยาอ่อนแอ ทรงส่ง กองทัพใหญ่มาปล้นสดมภ์ รุกรานรังแก จับผู้คนเป็นเชลย ทัพพม่ากรีฑาทัพมาถึงชายพระราชอาณาเขตแม้จะห่างศึกสงครามมานาน แต่หัวใจนักรบไม่เคยหวั่นครั่นคร้ามสงคราม ขุนรองปลัดชู กรมการเมืองวิเศษไชยชาญ นาย กอง อาทมาต นำกองสอดแนม ๔๐๐ นาย ออกสกัดศึกที่อ่าวหว้าขาว เมืองกุยบุร ี ปะทะกับทัพพม่าทหารไทยพลีชีพเพื่อชาติทั้งกอง

ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเอง คนดีศรีอยุธยาแห่งบ้านบางระจัน เมืองสิงห์บุรี ไม่ว่าจะเป็น หญิง ชาย เด็ก เฒ่าชรา เมื่อศึกมาถึงเมืองก็จับอาวุธเท่าที่จะหาได้ลุกขึ้นสู้ศึกพม่า ชนะพม่าข้าศึกถึง ๗ ครั้ง เป็นที่หวาดหวั่นครั่นคร้ามของทหารพม่า ต้านทานอยู่ได้ถึง ๕ เดือน

วันอังคาร เดือน ๕ ปีกุน พุทธศักราช ๒๓๑๐ กรรมของพระนครศรีอยุธยาถึงวาระสุดท้ายพม่าเข้าพระ นครได้ในเวลาค่ำ เที่ยวเอาไฟเผาบ้านเรือนราษฎร ตลอดจนปราสาทราชมณเฑียร จากนั้นก็เที่ยวไล่จับผู้คนรวบ รวมทรัพย์สินมีค่า แม้ทองคำที่หุ้มพระศรีสรรเพชรดาญาณก็เอาไฟสุมให้ทองละลายเก็บเอาไปสิ้น เหลือทิ้งไว้แต่ ่เพียงซากอิฐหักกากปูน และร่องรอยของความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดมา

 
อนุสรณ์สถานแห่งชาติ กองประวติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ  กองบัญชาการกองทัพไทย
๙ หมู่ ๑๖ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ๑๒๑๓๐.