อ นุ ส ร ณ์ ส ถ า น แ ห่ ง ช า ติ

Link >> Home : กรมยุทธศึกษาทหาร : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ : โรงเรียนเตรียมทหาร : โรงเรียนช่างฝีมือทหาร


ขณะนี้ท่านอยู่ที่หน้า : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ / อาคารภาพปริทัศน์ / สงครามเก้าทัพ
 


 
สงครามเก้าทัพ
 

 

สงครามเก้าทัพ

ปีพุทธศักราช ๒๓๒๘ หลังสถาปนาพระนครได้เพียง ๓ ปี ยังมิทันที่ทัพไทยจะตั้งตัวได้พร้อมเพรียงเพื่อนคู่ศึกเก่า คือ ทัพพม่าก็มาเยือน มาคราวนี้ไพร่พลถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นสี่พันนายจัดเป็นกระบวนทัพเก้าทัพ เข้าตีไทยถึงห้าหนทาง โดยกำหนดเข้าตีพร้อมกันทุกทัพ

ในเดือนอ้ายปีมะเส็ง ศึกคราวนั้นถ้าฝ่ายข้าศึกมีชัย ก็ไม่ต้องมายินชื่อเผ่าไทยกันอีกต่อไป

ข้างฝ่ายไทยแม้กำลังน้อยก็ต้องรบคู่เมืองจนถึงที่สุด พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงอำนวยการบัญชาทัพจนเต็มพระกำลัง ทรงใช้กลยุทธในการศึกแทนอุบายและตัดเสบียงทัพศัตรู ทรงพระปรีชารอบรู้ใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศ และที่สำคัญยอดยิ่ง คือ ทรงพระคุณวิเศษ เป็นเสมือนธงชัยชนะข้าศึก เพราะทรงรบเคียงบ่าเคียงไหล่เสมอกับลูกหลานไทยสามัญ ไม่เกี่ยงเกียรติยศ ใจทหารทุกนายจึงฮึกเหิมสู้ศึก เพราะรู้ว่าตัวไม่ได้รบอยู่คนเดียวแต่ลำพังและ กิจที่กำลังกระทำนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ที่เรียกตัวว่าไทยแท้

ด้วยพระปรีชาสามารถกอร์ปด้วยหัวใจทหาร ทัพไทยก็็สามารถเอาชัยชนะเหนือทัพทั้งเก้าของพระปดุงได้อย่างน่าอัศจรรย์ รุ่งขึ้นอีกหนึ่งปี เมื่อทัพพม่ายกมาล้างอาย สงครามไทยกับพม่าที่ท่าดินแดง ต้องบันทึกว่าศึกคราวนั้น พม่าแพ้ยับเยิน ฝ่ายไทยยึดได้ทั้ง ช้าง ม้า พาหนะ ศาตราวุธและเสบียงอาหาร และคราวนั้นเองที่อาจถือได้ว่าเป็นปัจฉิมมหายุทธนาการระหว่าง ๒ ชาติที่เป็นมิตรคู่ศึกกันมาตลอดเวลาอันยาวนาน

 

 
อนุสรณ์สถานแห่งชาติ กองประวติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ  กองบัญชาการกองทัพไทย
๙ หมู่ ๑๖ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ๑๒๑๓๐.