อ นุ ส ร ณ์ ส ถ า น แ ห่ ง ช า ติ

Link >> Home : กรมยุทธศึกษาทหาร : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ : โรงเรียนเตรียมทหาร : โรงเรียนช่างฝีมือทหาร

 

ขณะนี้ท่านอยู่ที่หน้า : อนุสรณ์สถานแห่งชาติ / ความเป็นมา
     
 
 

ประวัติ-ความเป็นมา

 
   
 

 

พลเอก สายหยุด เกิดผล ผู้บัญชาการทหารสูงสุดขณะนั้น ได้พิจารณาจัดทำโครงการสร้างอาคารอนุสรณ์วีรชนแห่งชาติเป็นส่วนรวมขึ้น และได้นำโครงการนี้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมี พลเอก เปรม ติณสูลานนท นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขออนุมัติหลักการโครงการจัดสร้างเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๕

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ และอนุมัติหลัการ ให้จัดสร้างอาคารอนุสรณ์วีรชนแห่งชาติได้ตามที่
กระทรวงกลาโหมเสนอ ต่อมาคณะกรรมการจัดงานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ได้รับโครงการนี้ี เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ด้วย

กระทรวงกลาโหม จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ เรียกว่า คณะกรรมการจัดสร้างอาคารอนุสรณ์วีรชนแห่งชาติ โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน รองเสนาธิการทหาร รองปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการ เจ้ากรมการศึกษาวิจัย (กรมยุทธศึกษาทหารในปัจจุบัน) เป็นกรรมการและเลขานุการ หัวหน้ากองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร กรมการศึกษาวิจัย (ผู้อำนวยการกองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร กรมยุทธศึกษาทหารในปัจจุบัน) เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๕ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ใช้พื้นที่บริเวณ สามเหลี่ยมดอนเมือง ช่วงถนนวิภาวดีรังสิตบรรจบกับถนนพหลโยธิน พื้นที่ ๓๘ ไร่ ๑ งาน ๙๗ ตารางวา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพอากาศ เป็นสถานที่จัดสร้างอนุสรณ์วีรชนแห่งชาติ

หลังจากได้รับอนุมัติให้ดำเนินการจัดสร้างแล้ว กองบัญชาการทหารสูงสุดได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานชื่ออนุสรณ์ที่จะก่อสร้างเพื่อเป็นสิริมงคล และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า "อนุสรณ์สถานแห่งชาติ" เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๖

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๗


วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ และจารึกนามผู้กล้าหาญเหล่านี้ ไว้ให้สถิตถาวรสืบไป
๒. เพื่อเป็นสถานที่แสดงประวัติวีรกรรม และเหตุการณ์รบครั้งสำคัญต่าง ๆ
๓. เพื่อเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงภัยที่เกิดขึ้นแล้ว ในอดีตอันเป็นผลกระทบกระเทือนต่อ ความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
๔. เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ และพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป



 
 
     


อนุสรณ์สถานแห่งชาติ กองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ  กองบัญชาการกองทัพไทย
๙ หมู่ ๑๖ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ๑๒๑๓๐.